
บุหรี่ไฟฟ้า (Electric cigarette) เป็นยาสูบชนิดใหม่ ที่ผู้สูบจะได้รับสารนิโคตินที่ระเหยด้วยความร้อนจากไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย แต่จะไม่มีการเผาไหม้จากใบยาสูบ เหมือนกับบุหรี่ธรรมดา
ข้อดีของการใช้บุหรี่ไฟฟ้า
บุหรี่ไฟฟ้า ไม่มีควัน จากการเผาไหม้ เหมือนในบุหรี่ปกติทั่วไปทำให้บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) หรือสารพิษอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุ ให้เสี่ยงต่อ การเกิดโรคมะเร็งปอด โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองแตก และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ยังตรวจพบสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในระดับที่ต่ำกว่าบุหรี่ปกติทั่วไปอีกด้วย
ข้อเสียของการใช้บุหรี่ไฟฟ้า
ใบยาสูบ คือสิ่งที่ ทำให้บุหรี่ ปกติทั่วไป แตกต่าง จากบุหรี่ไฟฟ้า แต่นิโคติน ยังคงเป็น ส่วนประกอบหลัก
ในบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นสารเสพติด ที่ส่งผลเสีย ต่อร่างกาย เช่น กระตุ้นสมอง ทำให้เกิด อาการมึนงง
กระตุ้นหัวใจ ทำให้อัตราการ ทำงานของหัวใจ เพิ่มขึ้น หัวใจทำงานหนัก เกิดภาวะหัวใจวาย
ทำให้เส้นเลือดหดตัว ซึ่งส่งผลให้เกิด ความดันในเลือดสูงขึ้น เส้นเลือดในสมองแตก ปัญหาต่อระบบ
ทางเดินหายใจ หายใจเร็ว เสี่ยงต่อการเป็น โรคมะเร็งปอด มีความผิดปกติ ทางอารมณ์ สมาธิ และความคิด
ปัญหาของ ระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย เป็นต้น
- ค่าใช้จ่าย เริ่มแรกสูงมาก อุปกรณ์สำหรับสูบ ในการเริ่มแรก โดยเฉพาะซึ่ง มีราคาแพงมาก ซึ่งส่วนใหญ่ จะอยู่ที่หลักพันบาทขึ้นไป และขึ้นอยู่ ชุดอุปกรณ์ และยี่ห้อ
- เมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้าแรกๆ อาจมีอาการแสบคอ ผู้สูบอาจรู้สึกแสบ และระคายเคืองคอแต่เมื่อสูบไปได้ประมาณ 5 วัน ถึง 2 สัปดาห์ ก็จะสามารถสูบได้ ตามปกติโดยไม่มีอาการแสบคอ
- ต้องมี การบำรุงรักษา เป็นประจำเพื่อให้อุปกรณ์สูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า
- บุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิด PM 2.5 ควันจากบุหรี่ไฟฟ้ายังทำให้เกิดมลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 สูงถึง 19,972 ไม่โครกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจขาดเลือด และเส้นเลือดสมองตีบ
ประโยชน์และโทษของบุหรี่ไฟฟ้ากับคำถามที่ทุกคนอยากรู้
ดูเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ Ececigpod
สถานการณ์ของบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน
ต่างประเทศ
ปัจจุบันมี กว่า 160 ประเทศทั่วโลก อนุญาตให้ใช้ บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งในแต่ละประเทศ จะมีมาตรการ การควบคุม
ที่แตกต่างกันไป และมีเพียง ไม่กี่ประเทศ ใช้มาตรการ การแบนอย่างเบ็ดเสร็จ และบางประเทศ ยังคง
สนับสนุนให้ใช้ บุหรี่ไฟฟ้า แทนบุหรี่ทั่วไป เช่น ประเทศ ประเทศสิงค์โปรที่ อนุญาตให้นำเข้า บุหรี่ไฟฟ้า
เพื่อทำงานวิจัยได้ และ ประเทศอังกฤษ พบว่า ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้า อันตรายกว่าบุหรี่มวน
จึงไม่กล้าเปลี่ยน มาใช้บุหรี่ไฟฟ้า
ประเทศไทย
กลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า มีความพยายามยื่นเรื่อง ขอให้ภาครัฐ พิจารณายกเลิกการแบน แบบเบ็ดเสร็จ
และหันมาควบคุมด้วยมาตรการที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การแบนแบบเบ็ดเสร็จ ในปัจจุบันจะทำให้
เกิดการซื้อขายในตลาดมืด ที่ไม่สามารถควบคุม ทั้งเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย
และการป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บุหรี่ไฟฟ้ากับกฎหมายในประเทศไทย
บุหรี่ไฟฟ้า ยังคงเป็น สินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ที่ต้องได้รับการควบคุม อย่างเข้มงวด
เนื่องจากมีผู้ที่แอบนำเข้าและค้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีการออกกฎหมายมาควบคุม
- ตามประกาศจากกระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้บารากู่
บารากู่ไฟฟ้าและบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ 2557 ผู้ที่ฝ่าฝืนลักลอบนำเข้า จะต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าทั้งหมดหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงยึดสินค้าและพาหนะบรรทุกสินค้า - ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสินค้าห้ามขายหรือให้บริการ ผู้ที่กระทำผิดจะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้หากผู้กระทำผิดเป็นผู้สั่งผลิตและนำเข้ามาขายด้วย ก็จะต้องโทษเพิ่มสูงขึ้นอีก เป็นจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ตามมาตรา 246 พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ผู้มีส่วนช่วยซ่อนเร้น รับหรือซื้อไว้ และมีไว้ครอบครอง จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ตามมาตรา 42 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะที่กำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น